dot dot
dot
Free! Register / i-chart Member
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
!!! โปรดใช้ email จริงเ พื่อใช้ในการติดต่อกลับ
dot
dot
หลักสูตรอบรมของ InvestorChart
dot
bulletตารางอบรม ปี 2013
bulletTA101&102 i-Technical Chart
bulletWS201 AdvanceTechnical
bulletWS202 Techni.Strategy as A.
bulletMT301 TradingSystem&Mo..
bulletMT302&303 ElliottWave&Fibo
bulleti-Trainer ทำเนียบวิทยากร
bulletแบบประเมินยอมรับความเสี่ยง
bulletแบบประเมินความถนัดการลงทุน
dot
i-New Link
dot
bulletNation Radio Online
bulletEng -Thai Dictionary
bulletInvestorChart on TV
bulletตารางคำนวน LTF, RMF และ ภาษี
bulletรายงานสภาพจราจร
bulletพยากรณ์อากาศ
bulletInternet Speed Test
bulletMoney Channel Clip
bulletThai Fund Inc.(TTF)
bulletSearch NEWS
dot
i-Tools
dot
bulletDictionary and Glossary
bulletMajor World Indices
bulletUS. Dollar to Thai Baht
bulletChart Dowjone
bulletChart Oil
bulletราคาทองคำโลก Spot Gold
bulletอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
bulletอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
bulletอัตราเงินเฟ้อ
bulletCurrency Converter
bulletALL Chart Today
bulletnew! กราฟหุ้น i-chart30
bulletInvest Strategic
bulletข้อมูลราคา TFEX
dot
i-SET info
dot
bulletMarket Summary
bulletSET Summary
bulletSET Calendar
bulletSET Announcement
bulletTransaction by Investor
bulletNVDR Trading Data
bulletBig Lot Trade
bulletShort Sale Trading
bulletFree Float
bulletTurnover List
bulletIPO Information
bulletบทวิเคราะห์ภาวะตลาด
dot
i-Listed Company Info
dot
bulletCompany Profile
bulletMajor Shareholder
bulletFinancial Report
bulletAnnual Report
bulletForm 56-1
bulletInsider Trade (Form59-2)
bulletForm 246-2
bulletตาราง Warrant
bulletบทวิเคราะห์หุ้นรายตัว
dot
i-News
dot
bulletรวมข่าวประจำวัน I
bulletThai News
bulletEnglish News
bulletSET News
bulletรวมข่าว ย้อนหลัง6เดือน
dot
i-Related Link
dot
bulletOrganizations
bulletEconomic Data
bulletCommodities Futures
bulletInvestment Webboard
bulletInvestment Knowledge


รับจดทะเบียนนิติบุคคล และให้คำปรึกษาทางบัญชี โทร 081-9234842


กฎ 10 ข้อในการอยู่รอดและการลงทุนด้วย การวิเคราะห์ทางเทคนิค article

 กฎ ทั้ง10 ข้อนี้ เป็นหลักการสำคัญสำหรับผู้ที่ใช้วิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับการลงทุน เพราะหากไม่มีหลักการดังกล่าวแล้ว เราก็จะไม่สามารถกำหนดการซื้อขายที่เป็นรูปแบบได้ ซึ่งในกฎเหล่านี้จะพูดถึงการวิเคราะห์แนวโน้ม , หาจุดกลับตัว, ติดตามค่าเฉลี่ย, มองหาสัญญาณเตือน และอื่นๆ
หากท่านสามารถเข้าใจและปฎิบัติตามหลักการเหล่านี้ได้ผมเชื่อว่าท่าน ก็สามารถเอาตัวรอด ด้วยการลงทุนโดยใช้หลักการวิเคราะห์ทางเทคนิค ได้ครับ

1. ดูแนวโน้ม
 เรียนรู้ชาร์ตในระยะยาว โดยเริ่มการวิเคราะห์ชาร์ตในระดับเดือนและสัปดาห์ ของช่วงเวลาหลายๆปี การดูชาร์ตในระดับของช่วงเวลาที่กว้างขึ้นจะทำให้สามารถมองเป็นแนวโน้มของตลาดในระยะยาวได้ชัดเจนขึ้น  เมื่อทราบถึงแนวโน้มระยะยาวแล้ว จึงจะดูชาร์ตในระดับวันและนาที  การดูแนวโน้มในช่วงสั้นเพียงอย่างเดียวจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้  ถึงแม้ว่าคุณจะลงทุนในระยะสั้น คุณจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหากคุณลงทุนในทิศทางเดียวกับแนวโน้มในระยะกลางและยาว

2. วิเคราะห์และไปตามแนวโน้ม
 แนวโน้มของตลาดมีหลายช่วงเวลา ระยะยาว ระยะกลาง และระยะสั้น สิ่งแรกคือ คุณต้องรู้ว่าคุณจะลงทุนในระยะเวลาเท่าใด และวิเคราะห์ชาร์ตของช่วงเวลาที่เหมาะสม  โดยที่คุณต้องแน่ใจว่าคุณลงทุนไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มในระยะเวลานั้นๆ ซื้อเมื่อแนวโน้มอยู่ในขาขึ้น และขายเมื่อแนวโน้มอยู่ในขาลง หากคุณลงทุนในระยะกลาง ให้ใช้ชาร์ตในระดับวันและสัปดาห์ ถ้าคุณลงทุนระยะสั้น ให้ใช้ชาร์ตระดับวันและรายนาที  อย่างไรก็ตาม ในแต่ละกรณี ให้ดูแนวโน้มของช่วงเวลาที่ยาวขึ้น และใช้ชาร์ตของช่วงเวลาที่สั้นลงในการหาจุดที่จะเข้าซื้อ-ขาย

3. หาจุดสูงสุดและต่ำสุด
 วิเคราะห์แนวรับและแนวต้าน จุดที่ดีที่สุดในการเข้าซื้อก็คือจุดใกล้แนวรับซึ่งมักจะเป็นจุดต่ำสุดของรอบการซื้อขายที่แล้ว  จุดที่ดีที่สุดสำหรับการขายก็คือจุดที่ใกล้แนวต้าน ซึ่งมักจะเป็นจุดสูงสุดของรอบการซื้อขายที่แล้ว หากมีการเคลื่อนผ่านแนวต้าน แนวต้านนั้นจะกลายเป็นแนวรับสำหรับการปรับตัวลดลง  อีกนัยหนึ่ง จุดสูงสุดเดิมกลายเป็นจุดสูงสุดใหม่  และเช่นเดียวกัน ในกรณีที่ราคาทะลุผ่านแนวรับ มักจะมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้จุดต่ำสุดเดิมกลายเป็นจุดต่ำสุดใหม่

4. รู้ว่าจะไปไกลแค่ไหนจึงจะกลับตัว
 เทียบอัตราส่วนการขึ้น-ลง เป็นเปอร์เซนต์   โดยทั่วไปตลาดจะมีการกลับตัวทั้งขึ้นและลงตามสัดส่วนเปอร์เซนต์ของแนวโน้มของช่วงก่อน  คุณสามารถวัดอัตราส่วนของการปรับตัวขึ้นหรือลงของแนวโน้มปัจจุบันได้โดยใช้อัตราส่วนชุดหนึ่งที่มีการกำหนดค่าไว้แล้ว  เช่น การกลับตัวขึ้นหรือลง 50%ของแนวโน้มก่อน เป็นอัตราพื้นฐานที่ใช้กันบ่อย  อัตราส่วนต่ำสุดของการวัดการดีดกลับ คือ 1/3 ของแนวโน้มก่อน  และอัตราส่วนสูงสุดคือ 2/3  อัตราส่วนที่สำคัญและควรให้ความสนในก็คือ อัตราส่วน Fibonacci 36% และ 62% ดังนั้น เมื่อตลาดมีการพักในช่วงแนวโน้มขาขึ้น จะมีจุดซื้อคืนจุดแรกเมื่อตลาดปรับตัวลง 33-38% ของจุดสูงสุด

5. ใช้เส้นแนวโน้ม
 เส้นแนวโน้มเป็นหนึ่งในเครื่องมือการวิเคราะห์ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุด  สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมีเพียงขอบเขตที่เส้นแนวโน้มแสดงและจุด 2 ตำแหน่งบนชาร์ต  เส้นแนวโน้มขาขึ้นวาดโดยใช้จุดต่ำสุด 2 จุด ที่อยู่ใกล้กัน และเส้นแนวโน้มขาขึ้นวาดโดยใช้จุดสูงสุด 2 จุดใกล้กัน ราคาของหุ้นมักจะเคลื่อนเข้าใกล้เส้นแนวโน้มก่อนที่จะเคลื่อนกลับเข้าสู่แนวโน้มของมัน  หากราคาทะลุผ่านเส้นแนวโน้ม จะแสดงถึงสัญญาณของการเปลี่ยนแนวโน้ม  เส้นแนวโน้มจะมีผลเมื่อราคาเคลื่อนแตะที่เส้น 3 ครั้งเป็นอย่างน้อย  เส้นแนวโน้มที่ลากได้ยิ่งยาว หมายถึง จำนวนครั้งมากขึ้นของการทดสอบเส้นแนวโน้ม และยิ่งทำให้เส้นแนวโน้มมีความสำคัญมากขึ้น

6. ติดตามค่าเฉลี่ย
 หมายถึงการเคลื่อนไหวของเส้นค่าเฉลี่ย ซึ่งจะบอกถึงราคาเป้าหมายที่จะซื้อและขาย  เส้นค่าเฉลี่ยเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าราคาอยู่ในแนวโน้มเช่นใดและช่วยยืนยันสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้ม  อย่างไรก็ตาม เส้นค่าเฉลี่ยไม่ใช่เครื่องมือที่จะบอกล่วงหน้าว่าแนวโน้มกำลังจะเปลี่ยน  รูปแบบของการใช้เส้นค่าเฉลี่ยที่เป็นที่นิยมคือการใช้เส้นค่าเฉลี่ย 2 เส้นเพื่อหาจุดซื้อ-ขาย  ค่าที่นิยมใช้สำหรับค่าเฉลี่ยที่ใช้คู่กันคือ 5 วันและ10 วัน, 10 วันและ25วัน, 25 วันและ 50 วัน  สัญญาณซื้อ-ขายเกิดขึ้นเมื่อเส้นที่มีค่าเฉลี่ยสั้นกว่าตัดกับเส้นที่ยาวกว่า  หรือ เมื่อราคาเคลื่อนผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน  เนื่องจากเส้นค่าเฉลี่ยต่างๆเป็นดัชนีที่เคลื่อนไปตามแนวโน้ม การใช้เส้นค่าเฉลี่ยจึงเหมาะสำหรับตลาดที่ในช่วงที่มีแนวโน้มที่ชัดเจน

7. รู้ถึงจุดที่ตลาดกลับตัว
Oscillators  (เครื่องมือที่มีตัวเลข ตั้งแต่ 0 ถึง 100) เป็นดัชนีที่ช่วยชี้บอกจุดที่มีการซื้อหรือขายมากเกินไป ในขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยจะช่วยยืนยันว่าตลาดการเปลี่ยนแนวโน้ม Oscillators จะช่วยเตือนล่วงหน้าว่าตลาดเคลื่อนไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งมากเกินไป และทำให้เกิดการกลับตัว  Oscillators ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Relative Strength Index (RSI) และ Stochastics  ทั้งสองตัวนี้จัดเป็นเครื่องมือที่เรียกว่า Oscillators เพราะให้ค่าที่อยู่ในช่วง 0 ถึง 100   เมื่อ RSI มีค่าเกิน 70 จะแสดงถึงการซื้อที่มีมากเกินไป (Overbought) และ ต่ำกว่า 30 แสดงถึงการขายมากเกินไป (Oversold)  ค่า Overbought และ Oversold สำหรับ Stochastics คือ 80 และ 20  นักลงทุนส่วนใหญ่ใช้ค่า 14 วันหรือสัปดาห์สำหรับการคำนวณ Stochastics  และ 9 หรือ 14 วันหรือสัปดาห์สำหรับ RSI   สัญญาณกลับตัวที่เกิดใน Oscillators  จะเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดกำลังจะกลับตัว  เครื่องมือเหล่านี้ใช้ได้ดีเมื่อตลาดอยู่ในช่วงที่เหมาะกับการเล่นเก็งกำไรและไม่แสดงแนวโน้มที่ชัดเจน  สัญญาณในระดับสัปดาห์สามารถนำมาใช้ช่วยในการขจัดสัญญาณหลอกและยืนยันสัญญาณในระดับวัน และใช้สัญญาณระดับวันสำหรับยืนยันสัญญาณในรายนาที

8. มองเห็นสัญญาณเตือน
 Moving Average Convergence Divergence (MACD) เป็นดัชนีวัด (พัฒนาโดย Gerald Appel)   ที่รวมเอาระบบการตัดผ่านของเส้นค่าเฉลี่ยและการชี้จุด Overbought/Oversold ของ Oscillators ไว้ด้วยกัน  สัญญาณซื้อจะเกิดเมื่อเส้นที่เร็วกว่าตัดขึ้นเหนือเส้นที่ช้ากว่า โดยที่ทั้ง 2 เส้นอยู่ต่ำกว่าศูนย์  สัญญาณขายเกิดเมื่อเส้นที่เร็วกว่าตัดลงต่ำกว่าเส้นที่ช้ากว่าที่เหนือศูนย์  สัญญาณในระดับสัปดาห์จะมีน้ำหนักและความสำคัญมากกว่าสัญญาณในระดับวัน  MACD histogram ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่ง แสดงถึงส่วนต่างระหว่าง MACD ทั้งสองเส้น สามารถส่งสัญญาณเตือนว่าจะมีการเปลี่ยนแนวโน้มได้เร็วกว่าอีกด้วย

9. เป็นแนวโน้มหรือไม่เป็นแนวโน้ม
 Average Directional Index (ADX) เป็นดัชนีที่จะบอกว่าตลาดอยู่ในช่วงที่มีแนวโน้มหรือไม่ และเป็นตัวช่วยวัดว่าแนวโน้มนั้นอยู่ในระดับใด  เส้น ADX ที่ชี้ขี้นแสดงถึงแนวโน้มที่มีความชัดเจนมาก ควรใช้เส้นค่าเฉลี่ยในการวิเคราะห์  หากเส้น ADX ปรับตัวต่ำลง แสดงถึงตลาดที่ไม่มีแนวโน้มและเหมาะสำหรับเก็งกำไรระยะสั้น ควรใช้ Oscillators ในการวิเคราะห์  การใช้ ADX ช่วยนักลงทุนในการวางแผนกลยุทธ์การลงทุนและในการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด

10. รู้จักการดูสัญญาณเพื่อยืนยันแนวโน้ม
 สัญญาณที่ให้การยืนยันรวมถึงปริมาณการซื้อขายและจำนวนการซื้อขายที่มีการลงทุนจากผู้ที่เข้ามาซื้อขายใหม่ (open interest) ทั้ง 2 ตัวนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยืนยันแนวโน้มสำหรับตลาดล่วงหน้า  ปริมาณการซื้อขายมักจะส่งสัญญาณกลับตัวก่อนที่ราคาจะกลับตัว  สิ่งสำคัญคือจะต้องมั่นใจว่ามีปริมาณการซื้อขายอย่างหนาแน่นในทิศทางเดียวกับแนวโน้มปัจจุบัน  ในแนวโน้มขาขึ้น ควรมีปริมาณการซื้อขายที่มากขึ้นเพื่อยืนยันว่าแนวโน้มนั้นยังแข็งแรงอยู่   ส่วน open interest ที่เพิ่มขึ้นนั้นจะช่วยยืนยันว่ามีเงินไหลเข้ามาต่อเนื่องและช่วยหนุนให้แนวโน้มปัจจุบันคงอยู่  หาก open interest ลดลง ย่อมเป็นสัญญาณเตือนว่าแนวโน้มนั้นใกล้สิ้นสุดลง  ดังนั้นราคาที่มีแนวโน้มสูงขึ้นควรจะมีปริมาณซื้อขายและ open interest หนุนอยู่ด้วย




i-Knowledge

ความสัมพันธ์ของตลาดตราสารการเงิน
การวิเคราะห์ทางเทคนิค ด้วยปริมาณการซื้อขาย หรือ Volume Analysis
ทำความรู้จักตลาดน้ำมัน และปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมัน
Oil Futures การลงทุนทางเลือก ที่ไม่ควรมองข้าม
ข้อผิดพลาด10ประการของ ผู้ลงทุนในตลาดอนุพันธ์ ตอนที่5 ข้อ9-10 ไม่มีวินัย และการผูกติดกับข้อผิดพลาด
ข้อผิดพลาด10ประการของ ผู้ลงทุนในตลาดอนุพันธ์ ตอนที่4 ข้อ8 ไม่มีการกำหนด Trading plan article
ข้อผิดพลาด10ประการของ ผู้ลงทุนในตลาดอนุพันธ์ ตอนที่3 ข้อ7 Stop Condition
ข้อผิดพลาด10ประการของ ผู้ลงทุนในตลาดอนุพันธ์ ตอนที่2 ข้อ6 กับดักสภาพคล่อง
ข้อผิดพลาด10ประการของ ผู้ลงทุนในตลาดอนุพันธ์ ตอนที่1 ข้อที่1-5
Trader คืออะไร
กลยุทธ์การวิเคราะห์ทางเทคนิค ตอนที่2 ปรัชญาการต่อสู้
กลยุทธ์การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อการซื้อขายฟิวเจอร์ (Technical Tactics for Futures Market) ตอนที่1
นักลงทุนกับนักเดินเรือ
Dollar Index ตอนที่ 3 / แนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์ในอนาคต
Dollar Index ตอนที่ 2 / ความสำคัญของค่าเงินดอลลาร์
Dollar Index ตอนที่ 1 / Dollar index คืออะไร
กฎแห่งการทำกำไร สองตลาด (ตอนที่2)
กฎแห่งการทำกำไร สองตลาด (ตอนที่1)
Final Settlement price ของ Gold Futures ตอนที่ 2 article
Final Settlement price ของ Gold Futures ตอนที่ 1 article
ประโยชน์ของ TDEX และ SET50 Index Futures / as of 13Oct08
เมื่อตลาดหุ้น ผันผวน ตลาด TFEX คือทางเลือกหนึ่งในคำตอบ article
ดัชนีและเครื่องชี้เศรษฐกิจ นั้นสำคัญไฉน article
กองทุน ETF พลังงาน ทางเลือกใหม่ให้เพื่อนนักลงทุน article
เครื่องตรวจจับ หุ้นเข้าข่าย การปั่นหุ้น ด้วยTurnover List article
World Market Trend Part II ตลาดหุ้นโลกแตกขั้ว กับ มหัศจรรย์ Fibonacci article
กระแสเงิน Fund Flow ฝรั่งซื้อ จริง หรือ หลอก article
Hedging with Dividend Story กลยุทธ์ล้อมกรอบผลตอบแทนกับ หุ้นปันผล article
เมื่อกราฟหันทิศ ตลาดหุ้นทั่วโลก เปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาลง article
Yen carry trade ประเด็นค่าเงินเยน ที่น่าจับตา article
การวิเคราะห์ทางเทคนิค สามารถมองเห็นถีงผลประกอบการล่วงหน้าจริงหรือ
“การรักษาสิทธิ ของนักลงทุน ผ่าน เครื่องมือบนอินเทอร์เนต “ article
กองทุน Equity ETF (Exchange Traded Fund) ทางเลือกใหม่ในการลงทุนสำหรับคนไทย
สรุปเนื้อหาและรูปภาพ งานเสวนา ในหัวข้อ ” อยากรวยต้องรู้ หาได้ใช้เป็น” article
บัญญัติ 10 ประการ "อยากรวย ต้องรู้" article
คำถามว่าเมื่อไหร่หุ้นจะพักตัว เป็นคำถามที่นักลงทุนหลายคนอยากรู้ article
เส้นค่าเฉลี่ย หรือ Moving Average article
ทิศทางการพัฒนา และการกำกับดูแลตลาดทุนไทย
ก.ล.ต. คืออะไร หลายท่าน เคยได้ยิน แต่ท่านรู้จักดีไหม
กรณีศีกษา พอร์ตการลงทุน ปี 49
หลักการวิเคราะห์หุ้น IPO article
หลักเกณ์ค่าธรรมเนียมใหม่ สำหรับนักลงทุนออนไลน์ article
การขึ้นเครื่องหมายต่างๆ ในระบบการซื้อขายหุ้น article
วันตลาดนัดผู้ลงทุนไทย วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 2-3 ธันวาคม 2549 article
Internet Trading แนวโน้มของการลงทุนยุคใหม่ article
ประชาสัมพันธ์ งานมหกรรมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ 2549 article
การหาข้อมูล หุ้น IPO article
ความผิดพลาดที่สำคัญ 9 ประการของนักลงทุน article
ทฤษฎีดาวถูกคิดค้นขึ้นโดยนายชาร์ลส์ เอช ดาว (Charles H. Dow) หรือบิดาแห่งการวิเคราะห์ทางเทคนิค article
INVEST Magazine article
บทสรุปสำหรับนักเก็งกำไร article
ตอนที่ 4 บทความกลยุทธ์การเก็งกำไร ข้อ 9-12 (ตอนจบ) article
ตอนที่ 3 บทความกลยุทธ์การเก็งกำไร ข้อ 5-8 article
กลยุทธ์การเก็งกำไร ข้อที่ 1-4 article
วางแผนซื้อหุ้น RMF และ LTF article
บทนำกลยุทธ์การเก็งกำไร article
เกร็ดชีวิตนักค้าหุ้นระดับโลก จาก หนังสือ เรื่อง “Reminiscences of a stock operator” 21/06/06 article
เศรษฐศาสตร์น่ารู้ โดย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง article
เศรษฐกิจวิเคราะห์ ประเด็นที่น่าจับตากับภาวะเงินเฟ้อ article
เปิดประตูสู่การเงิน บทความที่น่าสนใจ article
ตารางประกาศจ่ายเงินปันผล (issued date : 26/05/2006) article
Introduction of Technical Analysis article
ความแตกต่างของการวิเคราะห์หุ้นทางพื้นฐานกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค article
ทำไมนักลงทุนถึงจำเป็นต้องเรียนรู้ การวิเคราะห์ทางเทคนิค article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

Investor Chart Co.,Ltd.
87 Sathupradit Soi 10 , Thungwatdorn, Sathorn, Bangkok, 10120
Mobile. 089-107-4715 or 090-9744799, Fax: 02-332-4074, Email: info@investorchart.com


MFCfund.Com